ถั่วลันเตา 

พักอาหารบดแล้วหันมาให้ลูกลองรสชาติและผิวสัมผัสใหม่ๆของถั่วลันเตาแบบเต็มเมล็ดกันดีกว่า ถั่วลันเตาสามารถนำไปนึ่ง ต้มหรือจะกินเปล่าๆแบบแช่แข็งก็ได้ นอกจากอาหารชนิดนี้จะมีคุณค่าทางโภนชนาการที่สูงมากแล้ว เด็กยังใช้เหงือกนิ่มๆเคี้ยวได้ แม้จะเป็นถั่วแช่แข็งก็ตาม ไม่ต้องห่วงว่าถั่วจะติดคอเด็กเพราะเมล็ดถั่วนั้นมีขนาดเล็กมาก ยังไม่ทันที่ถั่วจะติดคอ คุณอาจพบว่าลูกน้อยของคุณถ่ายออกมาเป็นถั่วทั้งเมล็ดเลยก็เป็นได้

ปลานึ่งหรือย่าง 

ปลาเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับนำมาทำฟิงเกอร์ฟู้ด (อาหารพอดีคำสำหรับลูกน้อย) เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเนื้อสัมผัสอ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย ปลาทะเลในเขตหนาวจัดจำพวกปลาแซลมอน ปลาเทร้าต์ (Trout) และปลาแฮลิบัต (Halibut) นั้นมี DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองของเด็กแรกเกิดอายุ 24 เดือนแรกทำเมนูปลาได้ง่ายๆโดยนำไปนึ่งหรือย่างแล้วตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แต่สำหรับเด็กที่อายุน้อยกว่า 12 เดือน ไม่ควรปรุงรสด้วยเหลือ

ซีเรียลบด ข้าวบด มันฝรั่งบด

เมนูนี้เป็นเมนูที่น่าปวดหัวและเลอะเทอะสุดๆ แต่เด็กเล็กนั้นชอบใช้มือหยิบอาหารเข้าปากเอง คุณแม่ๆก็อย่าลืมหาเสื่อพลาสติกมาปูรองใต้เก้าอี้ก่อนที่ลูกน้อยจะใช้นิ้วจิ้มหรือจุ่มทั้งกำปั้นลงในถ้วยอาหารแล้วทำพื้นเลอะเสียล่ะ และคุณแม่อย่าหัวเสียกับความเลอะเทอะของเด็กๆนะ เพราะการเล่นอาหารเป็นหนึ่งในขั้นตอนการพัฒนาการที่สำคัญเพื่อให้ลูกน้อยก้าวไปสู่การเรียนรู้ที่ดีขึ้น 

เนื้อสับละเอียด

เนื้อสัตว์อุดมไปด้วยธาตุเหล็กและสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับทารก โดยเฉพาะกับคุณแม่ที่เลี้ยงทารกด้วยนมแม่ (เนื่องจากนมผงมีธาตุเหล็กที่เพียงพอ) สถาบันกุมารเวชของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ทารกรับประทานเนื้อสัตว์ทันทีที่สามารถกินอาหารแข็งได้ เนื้อสัตว์จึงเป็นทางเลือกที่ดีเมื่อเด็กเริ่มสามารถเคี้ยวอาหารชิ้นเล็กๆ โดยเฉพาะเด็กอายุระหว่าง 7-9 เดือน 

ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกจนนิ่ม ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ หรือบดแล้วปั้นเป็นก้อนมีทบอล สอดไส้กับเบอร์เกอร์ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มกว่าซึ่งทำให้เด็กหยิบกินเองได้ง่าย

ถั่วต้มสุก

เมื่อเด็กมีพัฒนาการจนสามารถหยิบจับของเล็กๆได้ ถั่วต้มสุกถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่จะทำให้เด็กสนุกกับการกิน เพราะถั่วมีรสไม่จัดและผิวสัมผัสนุ่มนิ่ม นอกจากนั้นยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน ไฟเบอร์ กรดโฟลิคและสารอาหารอีกหลายชนิด คุณแม่สามารถซื้อถั่วแบบกระป๋องได้ แต่ดูให้แน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์นั้นเป็นชนิดไม่ผสม BPA หรือจะเลือกซื้อเป็นบรรจุภัณฑ์ชนิดกล่องแทนก็ได้เช่นกัน เมื่อแกะถั่วออกมาอย่าลืมล้างน้ำสะอาดก่อนเพื่อชะล้างโซเดียมที่อาจผสมมาเกินมาตรฐาน

แครอทนึ่งหั่นเป็นแท่งและถั่วฝักยาว

คุณแม่ไม่ควรเตรียมเมนูแครอทนึ่งและถั่วฝักยาวหากลูกยังไม่ถึงวัยที่เคี้ยวและกลืนอาหารแข็งโดยได้ไม่ติดคอ ทั่วไปมักเริ่มให้เด็กกินได้มื่ออายุ 12 เดือน แต่ทางที่ดีควรให้เด็กทานผักนึ่งตั้งแต่อายุ 7-8 เดือน 

วิธีเช็คว่าแครอทและถั่วฝักยาวนึ่งจนอ่อนได้ที่ ให้ใช้สองนิ้วลองบีบถ้าผักเละติดมือแสดงว่าปลอดภัยสำหรับทารก

โยเกิร์ตแช่แข็ง

วิธีทำเมนูที่แสนอร่อยและอุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายทารกนี้ไม่ยากเลย เพียงนำโยเกิร์ตใส่ในถุงซิปล็อค จะเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือโยเกิร์ตแต่งรสก็ได้ ตัดมุมปลายถุงให้เป็นรูเล็กๆ แล้วบีบโยเกิร์ตให้เป็นหยดเล็กๆบนกระดาษไขที่ใช้อบขนมหรือบนจาน นำโยเกิร์ตเข้าช่องฟรีซจนแข็ง เก็บรักษาโดยใส่ถุงซิปล็อคหรือกล่องปิดฝาให้สนิทแล้วนำไปแช่ในช่องฟรีซ กินเล่นเป็นขนมขบเคี้ยวหรือของหวานก็ได้

อาหารจำพวกเส้นหรือพาสต้า

ถ้ามื้อเย็นวันนี้ของคุณเป็นพาสต้า ลองเตรียมเมนูพาสต้าและพาลูกน้อยมาร่วมโต๊ะอาหารสิ อาหารเส้นและพาสต้ามักเป็นเมนูโปรดของทารกเพราะมีรสชาติอร่อยและหยิบง่าย ข้อควรระวังไม่ให้เส้นพาสต้าติดคอเด็ก เพียงต้มเส้นให้สุกและตัดเป็นชิ้นเล็กๆ

ผลไม้สดเนื้อนุ่มเช่น แตงโม หรือลูกพีช

โดยทั่วไปแล้วผักผลไม้นิ่มๆไม่จำเป็นต้องทำให้สุกก่อนจะให้เด็กรับประทาน ผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารเช่น แตงโม ลูกพีชมะเขือเทศและอโวคาโด นั้นสามารถนำมาหั่นให้เป็นชิ้นยาวๆ หรือหั่นเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ทารกอายุ 6 เดือนหยิบกินได้ 

ไข่คน 

แม้ไม่ควรให้เด็กกินไข่ขาวมากเกินไปก่อนอายุครบ 1 ขวบ แต่ไข่เป็นอาหารที่ปลอดภัยและอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก โปรตีนและสารโคลีน ไข่ยังเป็นอาหารที่เตรียมง่ายเพราะทุกบ้านต้องมีไข่ติดตู้เย็นเสมอ ดังนั้นมาทำเมนูไข่ที่เหมาะกับลูกน้อยของคุณกัน เช่นไข่คนหรือออมเล็ต

บล็อคโคลี่

ทารกจะใช้ฝ่ามือช่วยหยิบสิ่งของ ก่อนที่นิ้วมือจะพัฒนาจนหยิบจับได้อย่างอิสระ คุณแม่ควรหั่นหัวบล็อคโคลี่ให้เล็กพอดีคำ และปรุงให้สุก อาจเป็นได้ที่รสขมของผักตระกูลกะหล่ำ เช่นบล็อคโคลี่ จะทำให้เด็กปฏิเสธอาหาร หากเด็กเกิดอาการต่อต้านอาหาร ให้คุณแม่พยายามทำเมนูนี้ในหลายๆมื้ออาหาร เพราะเด็กมีแนวโน้มจะเปิดรับต่อสิ่งที่เห็นบ่อยๆ แม้ว่าจะเป็นอาหารที่เด็กไม่ชอบก็ตาม 

แตงกวาหั่นแนวยาว

แตงกวาหั่นแนวยาวอาจเป็นอาหารที่รับประทานยากสำหรับทารกที่ฟันยังไม่ขึ้น แต่แตงกว่าก็มีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการเหงือกอักเสบในเวลาเดียวกัน ดังนั้น เพื่อป้องไม่ให้ทารกทานแตงกวาแล้วสำลัก ให้คุณแม่หั่นแตงกวาตามแนวยาว เด็กจะได้หยิบมาแทะโดยไม่ต้องกัดเป็นคำใหญ่ๆ

 

อ้างอิง:https://www.parents.com/recipes/baby-food/finger-foods-not-from-a-box/

 

 

 

(Visited 2,714 times, 1 visits today)